กรดไหลย้อนจะเป็นภาวะที่น้ำย่อยในกระเพาะอาหารไหลย้อนขึ้นไปที่หลอดอาการ ซึ่งจะเกิดขึ้นจากกรดในกระเพาะอาหาร จนทำให้เกิดอาการต่าง ๆ ได้นั่นเอง จนทำให้กรดไหลย้อนเป็นภัยเงียบที่จะส่งผลเสียต่อร่างกายได้อีกด้วย และที่สำคัญกรดไหลย้อนสามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน เพราะฉะนั้นไปดูกันเลยว่า อาการของกรดไหลย้อนมีอาการอย่างไร และมีสาเหตุมาจากอะไรบ้าง
รับประทานอาหารและนอน ก่อให้เกิดกรดไหลย้อนจริงหรือไม่
ทุกคนรู้หรือไม่ว่า หนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดกรดไหลย้อนได้ง่าย คือ พฤติกรรมการกินแล้วนอน เพราะการนอนจะทำให้หูรูดทำงานได้ไม่ดีเท่าไหร่นัก ก่อให้เกิดกรดไหลย้อนขึ้นมาได้ รวมไปถึงท่านอนราบก็ยังทำให้กรดไหลย้อนขึ้นไปได้ง่ายกว่าปกติ ที่สำคัญหากเรารับประทานอาหารเสร็จแล้วนอนทันที จะเป็นสาเหตุหลักที่ก่อให้เกิดกรดไหลย้อนเพิ่มขึ้นได้ถึง 2 เท่าเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเป็นสาเหตุหลักที่ทำให้หลาย ๆ คนเกิดอาการกรดไหลย้อนเลยก็ว่าได้
และนอกจากการรับประทานอาหารเสร็จแล้วนอนทันทีนั้น สาเหตุของกรดไหลย้อนยังมีสาเหตุอื่น ๆ อีกมากมาย อย่างเช่น หลอดอาหารส่วนปลายคลายตัวโดยที่ยังไม่กลืนอาหาร ความผิดปกติของการบีบตัวของกระเพาะอาหาร หรือหลอดอาหาร ทำให้อาหารค้างอยู่ในกระเพานานกว่าปกติ เกิดจากเชื้อแบคทีเรีย หรือมีความเกี่ยวข้องทางพันธุกรรม ภาวะเครียด รวมทั้งปัจจัยอื่น ๆ อย่างเช่น โรคอ้วน การตั้งครรภ์ สูบบุหรี่ หรือการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ล้วนก่อให้เกิดอาการกรดไหลย้อนได้ทั้งสิ้น
อาการของกรดไหลย้อน ที่ทุกคนไม่ควรมองข้าม
สำหรับอาการของกรดไหลย้อนนั้น หลาย ๆ คนอาจจะเคยมีอาการปวดท้อง หรือมีความรู้สึกอยากอาเจียนอย่างแน่นอน แต่ความจริงแล้วอาการของกรดไหลย้อนจะมีอาการอีกมากมาย ที่ทุกคนสามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ได้แก่
- มีอาการแสบร้อนบริเวณหน้าอก ซึ่งจะมีอาการมากหลังรับประทานอาหารมื้อหนัก
- มีอาการเรอเปรี้ยว มีน้ำรสชาติเปรี้ยว หรือมีราขมไหลย้อนขึ้นมาในปาก
- ท้องอืด แน่นท้อง มีอาการคล้ายคลึงกับอาหารไม่ย่อย
- คลื่นไส้ อาเจียนหลังรับประทานอาหารเสร็จ
- เจ็บหน้าอก จุก คล้ายกับมีก้อนติดอยู่บริเวณลำคอ
- หืดหอบ ไอแห้ง ๆ เสียงแหบ
- มีอาการเจ็บคอเรื้อรัง
แม้ว่าอาการกรดไหลย้อนจะเป็นอาการที่ไม่รุนแรงเท่าไหร่นัก แต่หากเราปล่อยเอาไว้โดยไม่รักษาให้ทันเวลา อาจจะทำให้เกิดกรดไหลย้อนเรื้อรังได้ และอาจจะทำให้เกิดแผลหรือมีอาการรุนแรงจนหลอดอาหารตีบได้นั่นเอง ดังนั้นหากใครที่มีอาการกรอดไหลย้อนบ่อย ๆ ควรรีบเข้าพบแพทย์จะดีที่สุด เพื่อช่วยป้องกันอาการรุนแรงขึ้นกว่าเดิม
